ตัวอย่าง PRP ที่โรงงานอาหารควรมี(พื้นฐานสำคัญของระบบความปลอดภัยอาหาร)
1) Personal Hygiene (สุขลักษณะส่วนบุคคล)
- การล้างมือ
- การแต่งกาย / เสื้อผ้า / PPE
- การห้ามใส่เครื่องประดับ
- สุขภาพก่อนเริ่มงาน
2) Cleaning & Sanitation (การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ)
- แผนทำความสะอาด (Master Cleaning Schedule)
- วิธีทำความสะอาดแต่ละพื้นที่
- การเก็บน้ำยา / อุปกรณ์ทำความสะอาดแยกโซน
3) Pest Control (การป้องกันและกำจัดแมลง/สัตว์พาหะ)
- แผนกำจัดแมลง
- การติดตั้งกับดัก
- การตรวจพื้นที่เสี่ยง
4) Maintenance (การบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์)
- Preventive Maintenance
- การตรวจสภาพอุปกรณ์
- การป้องกันสารหลุดปนเปื้อน เช่น เศษเหล็ก/จารบี
5) Allergen Management (การจัดการสารก่อภูมิแพ้)
- โซนแยก
- การเก็บรักษา
- การทำความสะอาดป้องกัน Cross-Contact
6) Waste Management (การจัดการขยะและของเสีย)
- ขยะทั่วไป / ขยะอาหาร / ขยะอันตราย
- จุดวางถังขยะ
- ความถี่ในการจัดเก็บ
7) Water & Ice Control (การควบคุมน้ำและน้ำแข็ง)
- คุณภาพน้ำดื่ม/น้ำใช้
- การตรวจจุลชีพ
- การทำความสะอาดถังน้ำและท่อ
8) Chemical Control (การควบคุมสารเคมี)
- แยกเก็บตามประเภท
- ฉลากชัดเจน
- MSDS
- การใช้ตามขั้นตอนความปลอดภัย
9) Storage & Transportation (การเก็บรักษาและขนส่ง)
- อุณหภูมิ
- FIFO/FEFO
- การป้องกันการปนเปื้อนระหว่างการเคลื่อนย้าย
10) Supplier Control (การควบคุมผู้ส่งมอบวัตถุดิบ)
- รายชื่อผู้ขายที่ผ่านการประเมิน
- ใบรับรอง
- การตรวจสารปนเปื้อน
11) Training & Competency (การฝึกอบรมและความสามารถของพนักงาน)
- สอนเรื่อง Hygiene
- อบรม Safety
- ฝึกงานเฉพาะตำแหน่ง (Job Training)
12) Traceability & Recall (การสอบกลับและการเรียกคืนสินค้า)
- ระบบสอบกลับ 1 ขั้นไปหน้า–1 ขั้นไปหลัง
- แบบฝึกซ้อม Recall ประจำปี
PRP คือ “รากฐาน” ของความปลอดภัยอาหาร
ยิ่ง PRP แน่น ระบบ HACCP และ ISO 22000 ก็ยิ่งแข็งแรง
โรงงานที่ทำ PRP ได้ดี = ลดความเสี่ยง, Audit ผ่านง่าย, และควบคุมคุณภาพได้จริง