Welcome to our website, we have over 18 years of experience in ISO Consultant.

KM

145 รายการ
มองหน้า มองข้าง มองหลัง รถทุกคันมีกระจก 3 ประเภทซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน และเราต้องมองกระจกทุกบานในการขับรถ เช่นเดียวกับธุรกิจที่ต้องมีการตื่นตัว มีพลังขับเคลื่อน พร้อมมองหาโอกาสใหม่ๆ หรือถนนที่ว่างอยู่ตลอดเวลา • กระจกหน้า ช่วยให้มองเห็นหลุมหรือสิ่งกีดขวางต่างๆ เปรียบได้กับปัญหาที่จะเกิด เมื่อมองเห็นก็สามารถวางแผนป้องกันรับมือได้ทันท่วงที • กระจกมองข้าง เหมือนกับการเหลือบมองคู่แข่ง คุณต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นคู่แข่งได้ตลอดเวลา • กระจกมองหลัง คือผลงานในอดีต ดูไว้เพื่อเรียนรู้ด้วยความใส่ใจและเก็บทุกรายละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำ
587 ผู้เข้าชม
รู้ไว้ใช่ว่า...ใส่บ่าแบกหาม GMP มี 2 ประเภทนะจ๊ะคือ 1. GMP สุขลักษณะทั่วไป (General GMP) เป็นหลักเกณฑ์ที่นำไปใช้ปฏิบัติสำหรับอาหารทุกประเภท 2. GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specific GMP) เป็นข้อกำหนดที่เพิ่มเติมจาก GMP ทั่วไป เพื่อมุ่งเน้นในเรื่องของความเสี่ยงกับความปลอดภัยของแต่ละผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะมากยิ่งขึ้น
528 ผู้เข้าชม
1. ขับรถยังต้องมีเกียร์ถอยหลัง และคนขับก็ต้องถอยให้เก่งด้วย เพราะการบังคับพวงมาลัยมันจะกลับด้าน เวลาทำธุรกิจก็เหมือนกันเราต้องรู้จักถอยในสถานการณ์ที่จำเป็น ไม่ใช่เดินหน้าลุยอย่างเดียว ใครมาสายลุยรับรองว่าไม่รอด 2. เวลารถเสียเราก็ต้องการคนมาช่วยลาก ช่วยเข็น เวลาธุรกิจมีปัญหาก็อย่าฝืนแก้คนเดียว 3. จังหวะแซงรถในสถานการณ์ที่การแข่งขันสูงๆและกำลังรถไล่เลี่ยกัน คือการแซงตอนโค้ง เพราะการจะแซงทางตรงนั้นไม่มีโอกาสเลย เราจึงต้องรอจังหวะตอนคู่แข่งชะลอความเร็วเท่านั้น ทำธุรกิจก็เหมือนกัน จะแซงหรือแทรกตัวขึ้นมาเหนือคู่แข่ง ก็ต้องทำจังหวะตอนเค้าชะลอตัวหรือมีปัญหาเกิดขึ้น 4. เดี๋ยวนี้รถเริ่มมีระบบออโต้เข้ามาช่วยในการขับขี่แล้ว ธุรกิจของเราล่ะ เราเริ่มหาระบบมาช่วยจัดการงานบางส่วนและเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้บ้างหรือยัง 5. คนจะขับรถเป็นและเก่งได้ คือคนที่ลองขับจริง เจอถนนหลากหลายแบบและสะสมชั่วโมงการขับรถมามากแล้วเท่านั้น ต่อให้อ่านคู่มือมากี่เล่มแต่ไม่เคยขับจริงยังไงก็ขับไม่ได้ ทำธุรกิจก็ไม่ต่างอะไรกันหรอกนะ
515 ผู้เข้าชม
GMP คืออะไร ใครรู้บ้าง? หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำๆ นี้อยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า GMP คืออะไร GMP ย่อมาจาก Good Manufacturing Practice หมายถึง หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร เป็นเกณฑ์หรือข้อกำหนดขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและควบคุมเพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตาม และทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย โดยเน้นการป้องกันและขจัดความเสี่ยงที่อาจทำให้อาหารเป็นอันตราย เป็นพิษ หรือเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
546 ผู้เข้าชม
1.ต้องมี Influencers ที่ดี ผู้บริโภคในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มักจะเชื่อบุคคลอื่นๆ ครอบครัว คนรู้จัก มากกว่าเชื่อในสิ่งที่แบรนด์ของเราบอก เช่น ถ้าเพื่อน คนรู้จัก หรือคนมีชื่อเสียงที่ติดตามอยู่ บอกว่าดี ลูกค้าก็จะเชื่อมากกว่าที่แบรนด์ออกมาบอกเองว่าดี ดังนั้น ถ้าเราต้องการให้แคมเปญ ให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ได้รับการบอกต่อมากขึ้น ก็ควรจะมี Influencers ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายของเรา เป็นคนถ่ายทอดข้อความที่เราต้องการจะสื่อออกไป ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือไม่ก็ได้นะคะ ขอแค่เป็นคนที่กลุ่มลูกค้าของเราเชื่อก็พอ 2.การบริการลูกค้าต้องเริ่ด! เพราะถึงแม้คุณจะมีเทคนิคการทำการตลาดออนไลน์ที่ดีขนาดไหน แต่ถ้าการบริการแย่ ลูกค้าก็เมินเราได้เช่นกัน แถมยังทำให้ลูกค้าเก่าไม่อยากกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อประสบการณ์แย่ๆ ที่ได้รับออกไปด้วย ทั้งๆ ที่ตามสถิติแล้วยอดขายส่วนใหญ่มาจากลูกค้าเก่ามากถึง 60-70% ส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่ มีเพียงแค่ 5-20% เท่านั้น ดังนั้น ถ้าเราให้บริการตอบคำถามพูดคุย รวมถึงบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ก็มีโอกาสสูงมากๆ เลยที่ลูกค้าจะบอกต่อแบรนด์ของเราออกไป และทำให้เราได้ยอดเพิ่มขึ้นจากทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าเลยทีเดียว 3.ทำยังไงก็ได้ ให้คนรีวิวคุณได้ง่ายขึ้น เพราะการรีวิวจากผู้ใช้จริง ย่อมทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อใจได้มากกว่า ยิ่งถ้าลูกค้ากดแชร์ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จากมากขึ้นเข้าไปใหญ่ ดังนั้น ถ้าคุณมีเว็บไซต์หรือช่องทางสื่อสารใดๆ ก็ตามกับลูกค้า ควรปรับปรุงให้สามารถเข้ามารีวิวได้ง่ายขึ้น ผ่านการคลิกแค่ไม่กี่ที แค่นี้ก็เป็นอีกทริคการตลาดออนไลน์ ที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณดูน่าเชื่อถือมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 3 เทคนิคการตลาดออนไลน์ แบบปากต่อปาก ที่เรียกได้ว่าเป็นทริคที่ใช้กันมานานมากๆ แต่ยังทรงพลังอยู่เสมอ ขอแค่รู้จักนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจของเราให้มากที่สุด แค่นี้แบรนด์ของคุณก็มีโอกาสก้าวไปข้างหน้าได้ไกลขึ้นอย่างแน่นอน
490 ผู้เข้าชม
ทำไม...ประเทศเราจึงฮิตทำระบบ HACCP กันนักนะ วันนี้เรามาดูเหตุผลกันเถอะว่า ทำไมพี่ไทยจึงฮิตทำระบบ HACCP กันนักเชียว! ก็เนื่องจากว่าประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศส่งออกอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นานาประเทศจึงผลักดันให้ผู้ผลิตอาหารในประเทศไทยต้องนำระบบ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) มาใช้ในการควบคุมการผลิต ซึ่งเป็นการจัดการด้านการควบคุมการผลิต โดยเน้นการจัดการจุดที่ได้มีการวิเคราะห์แล้วว่าเป็นจุดที่สำคัญหรือวิกฤตในการควบคุมอันตรายไม่ให้ไปสู่ผู้บริโภค เนื่องจากอันตรายในอาหารเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็น และไม่สามารถสัมผัสได้ง่าย แต่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต และเพื่อหลีกเลี่ยงภัยที่จะมาโดยไม่รู้ตัว จึงได้มีการกำหนดมาตรฐาน HACCP (มาตรฐานสากลตามข้อกำหนดของคณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร FAO/WHO) เพื่อเป็นการการันตีว่าอาหารมีความปลอดภัย
700 ผู้เข้าชม
เมื่อเดือนสุดท้ายของปีมาถึงสิ่งหนึ่งที่พนักงานต้องเจอก็คือการประเมินผลงานปลายปี การประเมินผลงานนั้นนอกจากจะมีประโยชน์ต่อองค์กรในด้านของการวัดความสามารถบุคลากรแล้ว สำหรับตัวพนักงานเองก็เป็นเหมือนกับการสรุปภาพรวมการทำงานของเราตลอดปี ได้มองไปยังอนาคตว่าเราต้องปรับปรุงตัวเองในจุดไหนบ้าง ซึ่งการประเมินปลายปีนั้นก็มีวิธีการหลายแบบตามแต่ธุรกิจของบริษัท การใช้ KPI ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แล้ว KPI มันคืออะไรล่ะ?? มันก็คือ!! ตัวชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงาน โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ นอกจากจะเป็นวิธีการประเมินผลงานของพนักงานแล้ว ยังเป็นวิธีที่องค์กรสามารถใช้ในการวัดและประเมินผลความก้าวหน้าการบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กรได้อีกด้วย ได้สองเด้งเลย
729 ผู้เข้าชม
องค์กรเรามีระบบ HACCP แล้วมันดียังไงกันนะ? วันนี้เราจะมาบอกข้อดีของระบบ HACCP โดยหลายคนอาจจะสงสัยและยังไม่ทราบว่ามันดียังไง งั้นเรามาดูกันเลย... 1. เป็นระบบที่นำมาใช้ร่วมกับระบบคุณภาพอื่นๆ ได้ 2. เป็นระบบที่นำมาใช้ในการควบคุมอันตรายจากสารเคมี สิ่งแปลกปลอมกับจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สิ้นเปลือง 3. เป็นระบบที่ยอมรับในระดับสากลตามมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศว่าสามารถใช้สร้างความมั่นใจในการผลิตอาหารให้มีความปลอดภัย 4. ช่วยป้องกันการสูญเสียจากการที่ผลิตภัณฑ์เกิดการปนเปื้อนหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด 5. เป็นระบบที่เปลี่ยนการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย เป็นระบบการป้องกันปัญหาตามหลักการประกันคุณภาพ 6. เพิ่มอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า 7. เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อองค์กรและผลิตภัณฑ์ 8. เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาสู่ระบบคุณภาพ ISO 9000 9. ลดภาระค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โดยเฉพาะคุณภาพด้านความปลอดภัย 10. สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตให้กับโรงงาน โดยมีการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของอาหารอย่างมีระบบ 11. เป็นระบบคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหารที่สามารถขอรับการรับรองได้
447 ผู้เข้าชม
ตอนนี้โลกของเราเจอกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาใหญ่แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจกัน แต่กว่าจะรู้ตัวสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราก็เปลี่ยนไปซะแล้ว ทีนี้เรามาพูดถึงสาเหตุของปัญหากันเถอะแล้วมาดูกันว่าเราจะช่วยโลกได้อย่างไร สาเหตุที่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ง่ายๆเลยใกล้ตัวเราเนี่ยช่วงหน้าฝน ฝนตกหน่อยน้ำก็ท่วมละ เพราะโรงงานบางแห่งแอบปล่อยของเสียลงสู่คลองระบายน้ำเพื่อลดค่าใช้จ่าย และความมักง่ายของคนที่ทิ้งขยะพลาสติกลงคลอง เขาคงคิดว่าไม่เดือดร้อนใครทิ้งๆไปเถอะโดยไม่รู้ว่าของเพวกนี้มันใช้เวลาย่อยสลายเป็นร้อยๆปี แล้วเป็นไงหละสุดท้ายขยะพวกนี้ก็ไปอุดตันท่อ มันก็ระบายได้ไม่ทันอะสิเพราะของเสียเหล่านี้แล้วจะทำจัดการยังไงกับของเสียพวกนี้หละ ติ๊กตอกๆ พระเอกของเราก็คือ iso 14000 มันจะเข้ามาช่วยเรื่องในเรื่องกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การลดต้นทุนการผลิต การลดพวกของเสียจากการผลิตที่เป็นพิษ ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างน้ำดื่มยี่ห้อหนึ่งที่ลดการใช้พลาสติกลง เป็นการลดต้นทุนการผลิตและยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกนอกจากช่วยสิ่งแวดล้อมแล้วยังได้กำไรเพิ่มด้วย แจ๋วมั้ยหละ
2152 ผู้เข้าชม
หลักการที่ 1 ดำเนินการวิเคราะห์อันตราย วิเคราะห์อันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้นๆ ที่อาจมีต่อผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยการประเมินความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่างๆ ในทุกขั้นตอนการผลิต จากนั้นจึงกำหนดวิธีการป้องกัน เพื่อลดหรือขจัดอันตรายเหล่านั้น หลักการที่ 2 หาจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม ในกระบวนการผลิต จุดควบคุมวิกฤต หมายถึง ตำแหน่ง วิธีการ หรือขั้นตอนในกระบวนการผลิต ซึ่งหากสามารถควบคุมให้อยู่ในค่าหรือลักษณะที่กำหนดไว้ได้แล้ว จะทำให้มีการขจัดอันตรายหรือลดการเกิดอันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้นได้ หลักการที่ 3 กำหนดค่าวิกฤต การกำหนดค่าวิกฤต ณ จุดควบคุมค่าวิกฤต ค่าวิกฤตอาจเป็นค่าตัวเลข หรือลักษณะเป้าหมายของคุณภาพด้านความปลอดภัยที่ต้องการของผลผลิต ณ จุดควบคุมวิกฤต ซึ่งกำหนดขึ้นเป็นเกณฑ์สำหรับการควบคุม เพื่อให้แน่ใจว่าจุดควบคุมวิกฤตอยู่ภายใต้การควบคุม หลักการที่ 4 กำหนดระบบเพื่อตรวจและติดตามการควบคุมจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม ทำการเฝ้าระวัง โดยกำหนดขึ้นอย่างเป็นระบบ มีแผนการตรวจสอบหรือเฝ้าสังเกตการณ์ และบันทึกข้อมูล เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่า การปฏิบัติงาน ณ จุดควบคุมวิกฤต มีการควบคุมอย่างถูกต้อง หลักการที่ 5 กำหนดมาตรการแก้ไข เมื่อตรวจสอบพบว่าจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งไม่อยู่ภายใต้การควบคุม กำหนดมาตรการแก้ไขสำหรับข้อบกพร่อง และใช้มาตรการนั้นทันที กรณีที่พบว่า จุดควบคุมวิกฤตไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามค่าวิกฤตที่กำหนดไว้ หลักการที่ 6 กำหนดวิธีการทวนสอบเพื่อยืนยันประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบ HACCP ทบทวนประสิทธิภาพของระบบ HACCP ที่ใช้งานอยู่ รวมทั้งใช้ผลการวิเคราะห์ทดสอบทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประกอบการพิจารณาในการยืนยันว่าระบบ HACCP ที่ใช้อยู่นั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้ หลักการที่ 7 กำหนดมาตรการจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติและบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เหมาะสม จัดทำระบบบันทึก และเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิดไว้ เพื่อเป็นหลักฐานให้สามารถค้นได้เมื่อจำเป็น
1820 ผู้เข้าชม
หลายคนคงสงสัย ว่า MTPD คืออะไรมันสำคัญมั้ย วันนี้ผมจะมาไขข้อสงสัยให้เอง MTDP ก็คือส่วนหนึ่งของ ISO : 22301 เป็นตัวบ่งบอกถึงช่วงเวลาการหยุดชะงักที่ยอมรับได้สูงสุด ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นอาทิตย์หน้าคุณอยากจะลาหยุดทั้งอาทิตย์ บริษัทไหนเขาจะให้คุณลาหละ หรือถ้าให้ลา พอกลับมาทำงานของบนโต๊ะทำงานของคุณก็คงอยู่หน้าออฟฟิศแล้วหละ แต่ถ้าคุณลาหยุดไป 2-3 วันทางบริษัทก็ยังพอรับได้ถูกมั้ย ก็เหมือนกันกับองค์กรที่มีการผลิตสินค้าออกมาถ้าหากเกิดการหยุดชะงักขึ้นก็ไม่ดีเพราะระยะเวลาที่หยุดชะงักได้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลูกค้านะถ้าหยุดนานองค์กรมีลูกค้าที่รอผลิตภัณฑ์จากคุณแล้ว ถ้าคุณหาผลิตภัณฑ์ส่งให้เขาไม่ทัน ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไปซื้อเจ้าอื่น ซึ่งอาจทำให้องค์กรคุณขาดรายได้และเสียลูกค้าไปเลยหรือถ้าโชคร้ายหน่อยลูกค้าคุณ อาจฟ้องร้องเสียหายกับองค์กร เนื่องจากการชะงักในการส่งมอบผลิตภัณฑ์บริการ ค่าฟ้องร้องอาจทำให้องค์กรของคุณเจ๊งเลยก็เป็นได้
1651 ผู้เข้าชม
เรามาทำความรู้จักกับ HACCP ในแบบฉบับกระชับ เข้าใจง่าย ได้ใจความกันคะ!!! HACCP หรือเรียกง่ายๆ ว่า แฮซเซป ย่อมาจาก Hazard Analysis Critical Point คือ การวิเคราะห์อันตราย จุดควบคุมวิกฤต เป็นแนวคิดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันอัตรายที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินกิจกรรมใดๆ โดยมีกระบวนการดำเนินงานเชิงวิทยาศาสตร์คือ มีการศึกษาถึงอันตราย หาทางป้องกันไว้ล่วงหน้า รวมทั้งมีการควบคุม และเฝ้าระวัง เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการป้องกันที่กำหนดขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
787 ผู้เข้าชม
เดี๋ยวนี้ธุรกิจไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ เขาก็มีระบบการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อกำหนดเป้าหมายของธุรกิจเขา โดยทั่วไปของธุรกิจขนาดเล็กนั้นจะมีการดำเนินธุรกิจที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีต้นทุนไม่สูง สามารถ เปลี่ยนแปลงได้ ตลอดเวลาตามกระแสที่เปลี่ยนไปเหมือนต้นหญ้าที่พลิ้วไหวไปตามสายลม ดังนั้นเราจึงต้องมีผู้บริหารที่ตัดสินใจได้เด็ดขาด รวดเร็วทันเหตุการณ์ ซึ่งต่างจากองค์กรขนาดใหญ่ที่กว่าจะทำอะไรก็ต้องมานั้งคิดกันนาน หรือต้องมีขั้นตอนเยอะแยะมากมายไม่ทันกินพอดีสิ ดังนั้นธุรกิจขนาดเล็กจึงปรับตัวได้เร็วกว่า เพื่อแย่งชิงลูกค้าและสร้างกำไรก่อนที่ ธุรกิจขนาดใหญ่จะปรับตัวทันด้วยความคล่องตัวนี้ ธุรกิจขนาดเล็ก ยังสามารถปรับหาตลาดใหม่ได้เรื่อยๆซึ่งเป็นจุดแข็ง ดังนั้นการทำ ISO ของบริษัทขนาดเล็กก็จะไม่เหมือนกับบริษัทขนาดใหญ่คือเป็นการย่อระบบมาจากระบบใหญ่และต้องมีการปรับปรุงเพิ่มอีกสักนิดเพื่อลดจุดอ่อนและเหมาะกับธุรกิจของคุณ
477 ผู้เข้าชม
ประโยชน์ของมาตรฐาน BRC มีอะไรบ้าง...มาดูกัน 1. เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งอังกฤษ ซึ่งอนุญาตให้การตรวจประเมินสามารถทำได้โดยหน่วยงานตรวจสอบภายนอก (Third-party certification body) ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC Guide 65 2. เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้ส่งมอบ (Suppliers) และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง 3. ขอบเขตของข้อกำหนดครอบคลุมทั้งในด้านคุณภาพ สุขอนามัย และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ 4. เป็นหลักประกันให้ผู้ผลิตและผู้ส่งมอบปฏิบบัติตามหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิตอาหาร (Good hygiene practices) 5. ระบบมีการตรวจสอบติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการปฏิบัติถูกต้องในด้านการควบคุมคุณภาพ สุขอนามัย และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
687 ผู้เข้าชม
คุณเคยคิดไหมว่ากว่าอาหารทานอยู่ทุกวันๆก่อนจะเข้าปากคุณไปเนี่ย มันผ่านอะไรมาบ้างแล้วมันสะอาดปลอดภัยกับเรามั้ย หลายคนไม่รู้ว่ามันมีระบบที่เป็นมาตรฐานที่คอยตรวจสอบอยู่นั่นก็คือ ระบบ GMP และ HACCP นั่นเอง จะอธิบายง่ายๆก็คือ เป็นระบบที่ผู้ ผลิตอาหาร ในหลายประเทศทั่วโลก ระบบนี้มันช่วยดูแลในเรื่องการผลิต และดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภค กินแล้วท้องไม่เสียแน่นอน หลายๆประเทศก็ได้มีการบังคับใช้เป็นกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าพูดง่ายๆระบบ GMP เนี่ยก็คือพวกความสะอาดของโรงเรือนที่ต้องไม่มีพวกหนู มด แมลง ยูนิฟอร์มที่ใส่ตอนทำการผลิตที่สะอาดเช่น มีที่คลุมหัวกันเส้นผมร่วงลงไปในขั้นตอนการผลิต และพวกการกำจัดของเสียที่ไม่เกิดความสกปรกนั่นแหละ ส่วน HACCP ก็คือ ฉลากที่บอกข้อมูลถึงผู้บริโภคว่า หมดอายุเมื่อไหร่ ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิเท่าไหร่มีการใส่สารกันบูดมั้ย มีส่วนผสมอะไรบ้าง พวกนี้แหละเป็นมาตรฐานที่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจว่าอาหารที่เรากินเนี่ยมันปลอดภัยจริงๆ
468 ผู้เข้าชม
เรามาดูกันว่าเอกสาร BRC ส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างไร? นอกจากการได้รับเอกสาร BRC จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคแล้ว จากข้อกำหนดส่วนต่างๆ ของ BRC ยังเป็นมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่สถานประกอบการต้องปฏิบัติตาม ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมานั้นมีความสะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีอันตรายหรือสารต้องห้าม มีคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนการผลิต ผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจในสินค้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าสินค้าจะได้แพร่กระจายไปถึงมือผู้บริโภคแล้ว หากเกิดปัญหาใดๆ ก็ยังสามารถสอบถามหรือติดตามไปยังผู้ผลิตได้ตามมาตรฐานที่เอกสาร BRC กำหนดไว้ ทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าต่างๆ ที่ได้ซื้อมานั้นจะมีความปลอดภัย มีคุณภาพและสามารถตรวจสอบได้หากพบปัญหาใดๆ หลังการซื้อสินค้า
458 ผู้เข้าชม
ในปัจจุบันดินได้รับผลกระทบมากมายจากหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการทำการเกษตรของคนเราที่ปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำๆ การใช้สารเคมีมากๆเพื่อเร่งผลผลิตจนทำให้ดินเสีย ไหนจะภัยแล้ง น้ำท่วม และอีกต่างๆนาๆ จนทำให้ดินเสียแร่ธาตุสำคัญๆไปมากมาย แล้วดูสิตอนนี้ผืนดินเกือบครึ่งนั้นเสื่อมโทรมจนไม่สามารถใช้การได้ แล้วเราจะทำยังไงกันหละ ดังนั้นองค์กรไอเอสโอ เขาจึงได้ออกตัว iso 14055-1:2017 มาเป็นฮีโร่เพื่อช่วยผืนดินโดย ไอเจ้า iso 14055-1:2017 เนี่ยมันมีหน้าที่คือ ป้องกัน ยับยั้ง หรือจำกัดการเสื่อมโทรมของดินในพื้นที่ รวมถึงฟื้นฟูคุณภาพดินและปรับสภาพดินที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิต และทำให้เกิดความสมดุลอย่างยั่งยืนของระบบนิเวศ อันเป็นการลดความเสี่ยงจากดินเสื่อมโทรมต่อไปในอนาคต
629 ผู้เข้าชม
เรามาดูกันว่า BRC นั้นดีไฉน!!! มันสำคัญต่อธุรกิจเรายังไงกัน... ก็เนื่องจากว่า BRC คือการรวมกลุ่มขององค์กรระดับโลกที่ได้รับการยอมรับและมีมาตรฐานเป็นแนวปฏิบัติในแวดวงอุตสาหกรรมด้านต่างๆ มาอย่างยาวนาน การที่สถานประกอบการของเราได้รับเอกสาร BRC และการรับรองที่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ จึงเป็นตัวช่วยยืนยันถึงการดำเนินงานที่มีมาตรฐาน เป็นไปตามระบบความปลอดภัยระดับสากล มีความสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติขององค์การอุตสาหกรรมต่างๆ และข้อกฎหมายของไทยและสากล เอกสาร BRC จึงเป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปลอดภัย และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มลูกค้าที่เราต้องการ
448 ผู้เข้าชม
ถ้าเลือกมาตรฐาน BRC แล้วเราจะได้อะไร? - ได้รับการยอมรับทั่วโลกและได้รับการรับรองมาตรฐาน GFSI - ได้รับการยอมรับจากผู้ค้าปลีกทั่วโลก ลดภาระการตรวจสอบหลายรายการ - ได้ลดการเรียกคืนผลิตภัณฑ์และข้อร้องเรียน รวมถึงการปฎิเสธผลิตภัณฑ์ - ได้เพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้าเปิดโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ
445 ผู้เข้าชม
วันนี้มาทำความเข้าใจกับหลักการทั่วไปของมาตรฐาน BRC กัน!!! มาตรฐาน BRC ประกอบด้วย 3 เรื่องหลักๆ ด้วยกันคือ 1. การนำระบบ HACCP ไปประยุกต์ใช้ 2. การจัดทำเอกสารและระบบบริหารด้านคุณภาพ 3. การควบคุมมาตรฐานสภาพแวดล้อมของโรงงาน การควบคุมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และบุคลากร ซึ่งข้อกำหนดต่างๆ จะมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายผลิตภัณฑ์นั้นๆ ในความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ขาย (ผู้ค้าปลีก) โดยให้ความสำคัญกับ - การแสดงรายละเอียดของวัตถุดิบ (รวมถึงบรรจุภัณฑ์) หรือส่วนประกอบของอาหารที่ใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยและมีหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิต - ความสามารถของผู้ผลิต (Supplier) ที่จะจัดส่งวัตถุดิบและบริการที่ถูกต้องตามข้อตกลงและมีระบบการควบคุมการผลิตที่เหมาะสม - การเข้าตรวจเยี่ยมหรือตรวจสอบผู้ผลิตที่ควบคุมและประเมินผู้ส่งออกในเรื่องความปลอดภัย - การกำหนดและการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ โดยการตรวจสอบหรือวิเคราะห์ - การเฝ้าระวังและดำเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนของลูกค้า (Customer Complaints)
877 ผู้เข้าชม
วันนี้มาเรียนรู้โครงสร้างของมาตรฐาน BRC กันดีกว่า... มาตรฐานดังกล่าว ประกอบด้วย 6 ส่วนหลักๆ ดังต่อไปนี้ 1. HACCP System องค์กรต้องดำเนินการจัดทำระบบ HACCP ตามมาตรฐานของ codexHACCP องค์กรต้องดำเนินการจัดทำโปรแกรมพื้นฐาน (prerequisite programme) เพื่อสนับสนุนระบบ HACCP และควบคุมอันตรายที่เกิดขึ้น ได้แก่ ดำเนินการวิเคราะห์อันตราย หาจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม กำหนดค่าวิกฤต กำหนดระบบเพื่อตรวจติดตาม การควบคุมจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม กำหนดวิธีการแก้ไข เมื่อตรวจพบว่าจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งไม่อยู่ภายใต้การควบคุม กำหนดวิธีการตรวจสอบเพื่อยืนยันประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบ HACCP กำหนดวิธีการจัดเก็บเอกสารและบันทึกข้อมูล ซึ่งจะต้องมีการนำไปใช้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทั้งองค์กรและธำรงรักษาไว้อย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานการประเมินความเสี่ยงที่พิจารณาทั้งโอกาสการเกิดและความรุนแรง การดำเนินการจัดทำนั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ซึ่งต้องแสดงความมุ่งมั่นในการจัดทำ ตลอดจนการตั้งทีมงานและหัวหน้าทีม 2. ระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management System) องค์กรต้องจัดทำระบบบริหารคุณภาพ ซึ่งต้องจัดทำเป็นเอกสาร นำไปใช้ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร ได้แก่ นโยบายและคู่มือคุณภาพ โครงสร้างองค์กร ความรับผิดชอบ ผู้มีอำนาจจัดการ การควบคุมเอกสาร ระเบียบวิธีการปฏิบัติงาน การจัดเก็บบันทึกข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ การตรวจติดตามภายใน การปฏิบัติการแก้ไข และการประเมินผู้ส่งมอบ โดยจะต้องมีการทบทวนและปรับปรุงตามความเหมาะสมและสม่ำเสมอ องค์กรต้องมีการจัดทำนโยบายคุณภาพที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมาย และรับผิดชอบต่อลูกค้า คู่มือคุณภาพที่องค์กรจัดทำจะต้องครอบคลุมข้อกำหนดในมาตรฐานของ BRC โดยข้อกำหนดนั้นเน้นในเรื่องการตรวจติดตามภายใน การปฏิบัติการแก้ไขและการสอบกลับเมื่อสินค้ามีปัญหา 3. มาตรฐานการควบคุมสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการ (Factory Environment Standards) บริเวณที่ตั้งของโรงงานต้องป้องกันการปนเปื้อน เพื่อให้มีการผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมาย โดยต้องควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในให้มีความเหมาะสม รวมถึงมาตรการต่างๆ ต้องมีการทบทวนและนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง แผนผังและแผนภูมิการผลิต โครงสร้างอาคารโรงงาน เครื่องมือ เครื่องใช้ การบำรุงรักษา การทำความสะอาด สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพนักงาน ความสะอาด สุขลักษณะ และการขนส่ง รวมทั้งต้องพิจารณากิจกรรมและสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบ 4. Product Control ในข้อกำหนดมาตรฐาน BRC นั้นจะครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งการระบุและประเมินความเสี่ยงในการเกิดหรืออันตรายที่มีต่อความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการและจัดเก็บวัตถุดิบชนิดพิเศษ เช่น สารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ (food allergen) อินทรีย์สาร การเสื่อมเสีย (food spoilage) เนื่องจากการเก็บรักษา หรือการปนเปื้อนข้ามระหว่างการเก็บรักษา การคัดแยก การหมุนเวียนสินค้า การตรวจจับโลหะและสิ่งแปลกปลอม เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้าที่ผลิตมีความปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมาย และได้คุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการ 5. Process Control องค์กรต้องดำเนินการตามขั้นตอนและแสดงให้เห็นถึงการควบคุม เช่น การควบคุมอุณหภูมิ เวลา ปริมาณ เครื่องมือ เครื่องใช้ และการตรวจสอบกระบวนการผลิต การสอบเทียบ ตลอดจนดำเนินการทวนสอบกระบวนการและอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถทำการผลิตสินค้าได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์ และเป็นไปตามคุณภาพที่กำหนดไว้ ซึ่งการควบคุมการปฏิบัติงานทั้งหมด ต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยองค์กรต้องกำหนดระเบียบปฏิบัติการทวนสอบ การเฝ้าติดตามด้วย 6. Personnel องค์กรต้องมั่นใจว่าพนักงานในองค์กรต้องได้รับการฝึกอบรม และควบคุมให้มีการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงพนักงานต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย องค์กรต้องจัดทำมาตรฐานการควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล (personal hygiene) ในเรื่องการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ การแปรรูป การบรรจุ การจัดเก็บรักษา การดูแลการเจ็บป่วย อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และผู้ประกอบอาหาร การปฏิบัติตนเมื่อเข้าสู่พื้นที่ประกอบอาหารของพนักงานและผู้เยี่ยมชม
1218 ผู้เข้าชม
BRC ย่อมาจาก The British Retail Consortium หรือสมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร เป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (food safety) ที่เกิดจากการรวมกลุ่มขององค์กรค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Tesco, Sainsbury’s, Iceland Foods, Waitrose, Safeway, The Co-operative Group, and Asda Stores เพื่อลดการซ้ำซ้อนจากการตรวจประเมินสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้าให้กับองค์กรค้าปลีกในสหราชอาณาจักรที่ใช้ตราสินค้าของตน (house brand)
6393 ผู้เข้าชม
ถ้าองค์กรของคุณจัดทำมาตรฐาน FSSC22000 และได้รับการรับรองจะได้ประโยชน์อะไร...มาดูกันเลย การได้รับการรับรองช่วยให้ผู้ผลิตสามารถที่จะมุ่งให้ความสำคัญกับความพยายามในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิคต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบ/การตรวจประเมินเพื่อให้เกิดการปรับปรุงมากกกว่าเพียงแค่เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนด เนื่องจากมาตรฐานนี้อยู่บนพื้นฐานของมาตรฐาน ISO ซึ่ง 1) มีความน่าเชื่อถืออย่างมากทั่วโลก และ 2) เป็นเสมือนภาษาที่ใช้และเข้าใจร่วมกันที่ช่วยพัฒนาและปรับปรุงการสื่อสารในห่วงโซ่อุปทาน
1006 ผู้เข้าชม
5 ข้อกำหนดในการส่งออกของ FSSC22000 1. ระบบการจัดการความปลอดภัยในอาหาร องค์กรต้องจัดทำเอกสาร (Document) ซึ่งประกอบด้วยเอกสารนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยอาหาร เอกสารสำหรับดำเนินการ (Procedure) และบันทึกคุณภาพตามที่มาตรฐานนี้กำหนด (Record) และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น 2. ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร องค์กรและผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบ การวางแผน การทบทวน รวมทั้งเนื้อเรื่องการสื่อสาร และการจัดการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินที่มีและกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร 3. การจัดการทรัพยากร องค์กรต้องมีทรัพยากรทั้งด้านวัสดุสิ่งก่อสร้าง สิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการทางด้านความปลอดภัยอาหารเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน 4. การวางแผนและการจัดทำผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย เน้นจุดสำคัญของการควบคุมความปลอดภัยของอาหาร คือ GMP/HACCP รวมถึงระบบการจัดการสินค้าเมื่อไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน การสอบกลับสินค้า และการเรียกคืนสินค้า 5. การรับรองผล การทวนสอบ และการปรับปรุงระบบความปลอดภัยอาหาร องค์กรต้องมีการยืนยันค่าตัวเลขต่างๆ ที่ใช้หรือมาตรฐานที่นำมาอ้างอิงว่าหมาะสมกับองค์กร สามารถลดขจัดอันตราย มีการทวนสอบอุปกรณ์ เครื่องมือที่สำคัญๆ โดยการสอบเทียบ และมีการทวนสอบระบบ เช่น การตรวจประเมินภายใน เป็นต้น
591 ผู้เข้าชม
36590 ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์